นายกรัฐมนตรี บอกกับการแก้ปัญหาวัดธรรมกาย ดำเนินตามข้อบังคับไม่มีการละเว้น

นายกรัฐมนตรี จันทร์โอชา คือหัวหน้า คสช. ยืนยันถึงการดำเนินการกับพระธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย ทั้งมีมาตรการทางการปกครองด้วยการบังคับใช้กฎหมายพร้อมกับมาตรการทางสงฆ์ด้วยการบังคับใช้ พ.ร.บ.สงฆ์ โดยมีการขอให้พระธัมมชโยออกมาต่อสู้และมีการยอมรับในกระบวนการยุติธรรม หากมีความเชื่อว่าตัวเองบริสุทธิ์  เพราะว่าไม่สามารถละเว้นได้ ก็เพราะว่าต้องมีการเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน  ในส่วนวิธีการหลังถอดสมณศักดิ์นั้น เป็นหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 
ซึ่งนายกรัฐมนตรี ที่ได้มีการให้มีการมอบตัว เพื่อมาสู่คดีดังกล่าว พร้อมทั้งมีการชี้แจงว่า ถึงกรณียังไม่สามารถเข้าไปตรวจค้นภายในวัดได้ เพราะยังคงมีการต่อต้าน จึงไม่สามารถทำตามกระแสสังคมที่มีความต้องการ ได้ หากเกิดความรุนแรง ก็จะต้องมีผู้รับผิดชอบ เพราะฉะนั้นขออย่าเอาแต่ใจตนเอง ทางนากยกนายกรัฐมนตรี ได้มีการย้ำว่า จะไม่ใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  เนื่องจากยังมีกฎหมายพิเศษ ทั้งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะสามารถบังคับในการใช้อยู่ และมีความเข้มข้นของการบังคับกฎหมายมากว่า มาตรา 44 จึงขอให้เข้าใจเหตุผลถึงการังคับในการใช้กฎหมายแต่ละฉบับรวมถึงมาตรา 44เช่นกัน ส่วนภายในเรื่องกรณีชาวพุทธ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีการร้องเรียนความเท่าเทียบกับศาสนาอิสลามนั้น ๆ
 
นายกรัฐมนตรี
ดังนั้น นายกรัฐมนตรี ยังมีการกล่าวว่าจะเรียกเก็บภาษีเงินได้จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการขายหุ้นชินคอร์ปให้เข้ากับเทมมาเส็ก ในปี 2349 ที่อยู่มูลค่า 1.6หมื่นล้านบาท และมีการจดหมดอายุความที่จะสามารถจัดเก็บได้ ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ นายกรัฐมนตรี และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นข่าวที่ไม่ควรพลาดกับการเกาะติด
This entry was posted in ข่าว and tagged . Bookmark the permalink.

Comments are closed.